สถานที่สำคัญ


The most distinct and important structure in Bhutan, Dzongs (fortresses) are architectural masterpieces that dotted Bhutan. Each Dzongs are built on a site chosen for religious significance.

Bhutanese dzong architecture reached its zenith in the 17th century after the arrival of the great lama Zhabdrung Ngawang Namgyal. Each of the dzongs site were based on omens and visions. The dzongs were well sited with regard to their function as defensive fortresses. Hilltops or mountain spurs were usually chosen as a site to build dzongs, and if dzongs were built on the side of a valley wall, a smaller dzong or a watchtower is typically built directly uphill from the main dzong whose main purpose would be to keep the slope clear of attackers who might otherwise shoot downward into the courtyard of the main dzong below.

The Dzongs are part of a network that defended the Kingdom against frequent invasions by Tibetans in the 17th century. Dzongs have stone foundations and walls of sand and clay bricks, and wooden beams are skillfully cut to fit most dexterously.

By tradition, dzongs are constructed without the use of architectural plans hence there is no blueprints of any of the dzongs. Instead a high lama who established each dimension by means of spiritual inspiration gave construction directions. Traditional Bhutanese architecture did not use any nails or iron bars. Dzongs serve as the religious, military, administrative, and social centres of their districts and are often the site of an annual tsechu or other religious festivals.


จาการ์ ยูกัล ซอง Jakar Yugyal Dzong หรือปกติรู้จักกันในชื่อ จาการ์ซอง Jakar Dzong ตั้งอยู่ที่สันเขาทางเหนือของหมู่บ้านจาการ์ ณ หุบเขาชัมคา (Chamkhar) ในประเทศภูฏาน มีหลายข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของซอง บ้างเชื่อว่าซองถูกสร้างโดย Lam Ngagi Wangchuk (1517 - 1554) ซึ่งมาที่ประเทศภูฏานเพื่อเผยแพร่คำสอนของ Drukpa Kagyupa กล่าวกันว่ามีนกสีขาวตัวหนึ่งขึ้นไปเกาะที่ยอดของ จาการ์ซอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องมงคล สอดคล้องกับเรื่องเล่าตามตำนานโบราณที่ว่า กลุ่มของลามะและผู้อาวุโสได้ทำการพิจารณาที่จะ .... อ่านต่อ »
พาโร ซอง คือสถานที่บริหารบ้านเมืองของเขตปาโร ปาโรซองถูกสร้างขึ้นเมื่อปี1644 ภายใต้คำสั่งของ Zhabdrung Ngawang Namgyal ชื่อเต็มของปาโรซอง คือรินปุงซอง (Rinpung Dzong) หมายถึง ‘ป้อมปราการแห่งกองเพชร’ Gyelchock เป็นผู้ก่อตั้ง พาโร ซอง Gyelchock และพี่น้องของเขา Gyelzom คือผู้สืบทอดของ Phajo Drugom Zhigpo ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Drukpa Kagyupa ในประเทศภูฏาน Gyelzom ทำการก่อตั้งวัด Gangtakha ขณะที่ Gyelchock เดินทางไปยังประเทศทิเบตเพื่อศึกษาเรื่องเทววิทยาเมื่อ Gyelchock กลับมาจากทิเบตเขาไม่ได้รับก .... อ่านต่อ »
ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel)ผู้ก่อตั้งของรัฐภูฏาน ทำการก่อสร้าง พูนาคา (Punakha Dzong) ใน ค.ศ. 1637 เดิมเป็นชื่อของ Puntang Dechen Phodrang Dzong ซึ่งหมายความว่าพระราชวังแห่งความสุขสำราญที่ยิ่งใหญ่ พูนาคา ซอง ถูกสร้างขึ้นในวันที่ 8 เดือน 8 ของปีวัวไฟใน ค.ศ. 1673 ทิเบตเข้าโจมตีซองใน ค.ศ. 1639 และ ค.ศ. 1644 ฝ่ายป้องกันได้ขับไล่การรุกรานสำเร็จ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะ เทศกาลปีใหม่ได้มีการก่อสร้าง Yu Gyal Gonkhang Chen Mo "ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่แห่งการป้องกันและชัยชนะ" พ .... อ่านต่อ »
รู้จักกันในชื่อ "ป้อมปราการแห่งศาสนาอันรุ่งโรจน์" Tashichho Dzong หรือที่รู้จักกันแพร่หลายว่าเป็น Thimphu Dzong มีโครงสร้างที่น่าประทับใจ เป็นที่ก่อตั้งคณะของรัฐบาลภูฏานและตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ Wangchu (Thimphu) ซองแห่งนี้สืบสายมาจากอาคาร Dho Ngon (หินสีฟ้า) เป็นซองบนเนินเขาเหนือแม่น้ำทิมพูที่ Dechenphodrang ถูกตั้งโดยลามะ Gyalwa Lhanangpa เมื่อศตวรรษที่ 17 สาวกของลามะ Gyalwa Lhanangpa ถูกกำจัดโดย Zhabdrung Ngawang Namgyal และ Dho Ngon Dzong ได้ตกไปอยู่ในมือของ Zhbdrung โดยที่ Zhabdrun .... อ่านต่อ »
Trongsa Dzong หมายถึงซองบนปลายของ Dungkhar (ของประเทศที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแห่ง Druk และ Dharm อมตะ) Trongsa Dzong ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นแม่น้ำ Mangdechhu Trongsa Dzong ก่อตั้งโดย Yingzin Ngagi Wangchuk ซึ่งเป็นทายาทของ Ngawang Chogyal และลูกศิษย์ที่เคารพนับถือของ Kuenkhen Pema Karpo ใน ค.ศ. 1541 เขาบำเพ็ญตนที่หมู่บ้านของ Yueli ใน Trongsa ห่างเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากซองปัจจุบัน ระหว่างการทำสมาธิเขาเห็นโคมไฟด้านล่างของสันเขา Goenkhang ซึ่งเป็นบ้านของเทพพิทักษ์ Palden Lhamo (Mahakali) .... อ่านต่อ »
ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel) ซึ่งคาดว่าอยู่ที่วัดซิมิลาคง (Chimi Lhakhang) ในเมืองภูนาคา (Punakha) เมื่อเขาได้พบกับชายชราคนหนึ่ง เขาอธิบายว่าแนวสันเขาในปัจจุบันของ วังดีโปรดรัง (Wangdue Phodrang) เปรียบเหมือน ‘ช้างนอนหลับ’ และบอกซับดรุงว่าเขาควรจะรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวโดยการสร้างซองที่ ‘คอ’ ของสันเขา ซับดรุงคาดว่าผู้ชราคนนี้จะเป็น เยเช กอนโป (Yeshey Gonpo หรือ มหากาลา (Mahakala)) จึงได้นำคำแนะนำของผู้ชรานี้ไปและส่งโดยตรงไปยังชนชั้นสูงเพื่อทำการศึกษาพื้นที่ในฐานะที่เป็นนักก .... อ่านต่อ »
ภูมิศาสตร์ วัดทักซัง Taktsang Monastery ถูกรู้จักอย่างแพร่หลายว่าเป็นวัดรังเสือ ที่ตั้งอยู่ในเมืองปาโร (Paro) ประเทศภูฏาน วัดนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่นิยมมาแสวงบุญในเทือกเขาหิมาลัย ประวัติความเป็นมา วัดทักซัง (Taktsang) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1692 โดย Gyalse Tenzin Rabgye Gyalse Tenzin Rabgye เชื่อว่าเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของ พระโพธิสัตว์ปัทมสัมภวะ ตามตำนานเชื่อว่า พระโพธิสัตว์ปัทมสัมภวะ (Guru Rimpoche) บินมายังสถานที่แห่งนี้จาก Khenpajong ประเทศทิเบต บนแผ่นหลังของเสือตัวเมีย .... อ่านต่อ »
ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) ถูกสร้างในเชิงกลยุทธ์บนสันเขาที่มีร่องน้ำลึก สามารถมองเห็นและควบคุมหุบเขาทิมพูได้ทั้งหมด ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel) เป็นหนึ่งในผู้สร้างซองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศภูฏาน เขาสามารถรวบรวมประเทศภูฏานทางตะวันตกและสามารถปกป้องประเทศจากศัตรูทั้งภายในและภายนอกได้ เขาเริ่มสร้างซองโดยเริ่มจาก ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) สถานที่ปัจจุบันที่ซองแห่งนี้ ตั้งอยู่เป็นเขตแดนระหว่าง 3 ภูมิภาคทางตะวันตก ได้แก่ Sha (Wangduephodrang) Wng (ทิมพู) และ Pa (พาโร) .... อ่านต่อ »
ทาซอง (Taa Dzong หมายถึง ตา = นาฬิกา และ Dzong = ป้อมปราการ) ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตรครึ่งจากเมือง Tshondu และ 500 ฟุตจาก รินปุง ซอง Rinpung Dzong มันถูกสร้างขึ้นภายใต้รัฐบาลของ Desi, Ngoenpa Tenzin Dugda ที่ 2 เพื่อป้องกัน รินปุง ซอง Rinpung Dzong จากการถูกรุกรานของประเทศทิเบตและอินเดีย ทางเดินใต้ดินเชื่อว่าจะเชื่อมต่อหอคอยและแม่น้ำ Pachhu ซึ่งเส้นทางนี้จะใช้ในการจัดหาเสบียงน้ำไปยังหอคอยในช่วงสงคราม อย่างไรก็ตามทางเดินได้พังลงมาแล้ว ทาซอง (Taa Dzong) ไม่ได้มีคนอาศัยอยู่มาเป็นช .... อ่านต่อ »
กาซาซอง (Gasa Dzong) เป็นสำนักงานใหญ่ของการบริหาร Gasa Dzongkhag ซองนี้ถูกตั้งชื่อตามผู้พิทักษ์นามว่า Trashi Thongmoen ตำนานเชื่อว่าซับดรุง (Zhabdrung) ที่ได้รับการต้อนรับจากพระเจ้าของกาซา (Gasa) เมื่อเขาเดินทางไปยังประเทศภูฏานและได้รับชื่อของเทพองค์นี้มา ซองแห่งนี้มักจะถูกเรียกว่า การ์ซาซอง (Garsa Dzong) หมายถึง "ดินแดนแห่งการตีเหล็ก" ซึ่งมันหมายถึงว่า Tekhungpa ซึ่งมีความชำนาญในการตีเหล็กและงานอื่น ๆ ในพื้นที่
 ทุกปีในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่ 10 ตามปฏิทินของชาวภูฏาน Drapai Loan (หัวหน้าห .... อ่านต่อ »
กาซาซอง (Gasa Dzong) เป็นสำนักงานใหญ่ของการบริหาร Gasa Dzongkhag ซองนี้ถูกตั้งชื่อตามผู้พิทักษ์นามว่า Trashi Thongmoen ตำนานเชื่อว่าซับดรุง (Zhabdrung) ที่ได้รับการต้อนรับจากพระเจ้าของกาซา (Gasa) เมื่อเขาเดินทางไปยังประเทศภูฏานและได้รับชื่อของเทพองค์นี้มา ซองแห่งนี้มักจะถูกเรียกว่า การ์ซาซอง (Garsa Dzong) หมายถึง "ดินแดนแห่งการตีเหล็ก" ซึ่งมันหมายถึงว่า Tekhungpa ซึ่งมีความชำนาญในการตีเหล็กและงานอื่น ๆ ในพื้นที่
 ทุกปีในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่ 10 ตามปฏิทินของชาวภูฏาน Drapai Loan (หัวหน้าห .... อ่านต่อ »
ชื่อ ดากาซอง (Daga Dzong) มาจากสองแหล่งที่มา Darkala เป็นจังหวัดของผู้ปกครองเทพ Jomo Darkala และ Darkanang (อาณาจักรแห่งธงภาวนาสีขาว) จาก Dudjom Jigdrol Yeshey Dorji พระอาจารย์พุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ดากาซอง (Daga Dzong) เคยเป็นฐานที่มั่นของ Daga Penlop ผู้เป็นรัฐมนตรีภายใต้ Desi (ผู้ปกครองชั่วคราว) ระบบคณะรัฐบาลเริ่มนำเข้ามาใช้โดย ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel)ใน ค.ศ. 1651 ดรุก นำเยล (Druk Namgyel) ได้รับคำสั่งจาก ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel) ให้เข้าปราบป .... อ่านต่อ »
โดการ์ ดบจิซอง (Dogar Dobji Dzong) ถือว่าเป็นต้นแบบแรกของซองในประเทศภูฏาน ชื่อ โดการ์ หมายถึงความโดดเด่นสีขาว ซึ่งอ้างอิงถึง "ความโดดเด่นสีขาวทั้ง 5" ในหมู่บ้านโดการ์ ซองที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1531 โดย Ngawang Chogyal น้องชายของ Chojie Drukpa kuenley เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "ผู้เคร่งพระเจ้า" ในตำนานเล่าว่า Ngawang Chogyal ได้ทำการติดตามน้้ำพุไปยังด้านล่างบัลลังก์ของ Jetsun Milarepa ในประเทศทิเบต แหล่งที่มาของน้ำพุถูกพบว่าเป็นหินซึ่งตั้งอยู่บนที่ตั้งปัจจุบันของ ดบจิซอง (Dobji Dzong) ซึ่งได้รับเล .... อ่านต่อ »
ฮาซอง (Haa Dzong) เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1895 หลังจากการพบปะของ Drungpa คนแรก ซองแห่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาของผู้คนและเป็นสถานที่ป้องกันการโจมตีจากชาวทิเบตที่อยู่ใกล้กับชายแดน ตามคำบอกเล่าเชื่อว่าซองถูกสร้างขึ้นเพื่อระงับอิทธิพลชั่วร้ายของเทพเจ้างูซึ่งคร่าชีวิตผู้คนและบรรดาปศุสัตว์ของพวกเขา ชาวท้องถิ่นเชื่อว่ามีเทพเจ้างูอยู่ 108 องค์บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ บางส่วนของ Chorpens (เจดีย์) ถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าเหล่านี้ ซึ่งยังคงสามารถพบได้ ฮาซอง (Haa Dzong) ได้รับความเสี .... อ่านต่อ »
ตราชิกัง ซอง (Trashigang Dzong) เป็นหนึ่งในซองเชิงกลยุทธ์ที่สุดของประเทศภูฏาน ซึ่งตั้งอยู่บนขอบภูเขาที่มีหน้าผาสูงชันทั้ง 3 ด้านที่สามารถมองเห็นแม่น้ำ Dangmechhu ได้ ดังนั้นซองนี้จึงสามารถเข้าถึงได้เฉพาะจากทางเหนือเท่านั้น Zhabdrung Ngawang Namgyal ทำนายที่ตั้งของ Trashigang Dzong เอาไว้ เขาได้กำชับ Trongsa Penlop, Chhogyal Minjur Tempa ให้เข้าปราบปรามหัวหน้าเผ่าท้องถิ่นละแวกนั้นและสร้างซองตามคำสั่งเพื่อกระจายกฎการปกครองแห่ง Drukpa
ทราชิยังเซ ซอง เป็นหนึ่งในซองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศภูฏาน ซองแห่งนี้มีประวัติย้อนหลังไปยังศตวรรษที่ 9 ซึ่งเป็นที่รู้จักก่อนหน้านี้ในชื่อ Dongdi Dzong Gonkar Gyal หลานชายของ lhasey Tshangma ที่ตั้งรกรากตัวเองใน Tshenkharla แล้วสร้าง Dongdi Dzong ขึ้นมา โดยผู้คนที่อยู่ในท้องถิ่นได้เชื้อเชิญเขาเข้ามาเอง แล้วเขาตอบตกลงคำเชิญและจากนั้นจึงสร้าง Dongdi Dzong ขึ้นมา อย่างไรก็ตามแต่ Dongdi Dzong ถูกทอดทิ้งและกลายเป็นซากโบราณในที่สุดเมื่อชาวทิเบตได้มาเข้าโจมตี

 ในศตวรรษที่ 15 Tertn Pema Lingpa ได้ .... อ่านต่อ »
ซองลุนเซ (Lhuntse Dzong) เดิมทีเป็นวัดที่สร้างในสถานที่เดียวกับที่ พระลามะงากิ วังชุก ได้บำเพ็ญตนเมื่อปี 1551 วัดแห่งนี้รู้จักในชื่อ Kurtoe Lhuntse Phodrang เป็นเวลาหลายปีที่ลามะพักอาศัยอยู่ที่นี่และภายหลังได้ย้ายไปยัง Timula ซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้อาศัยในช่วงฤดูร้อน ตามบันทึกอื่น ลามะงากิ วังชุก ได้เคยบำเพ็ญตนใน Timula เขาได้เคยมาถึงสถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของซองลุนเซ และมองหาที่สำหรับอาศัยในฤดูหนาว เทพเจ้าปรากฎกายขึ้นต่อหน้าเขาในรูปลักษณ์ของแพะสีขาวที่ส่งเสียงร้อง เสียงนั้นถือว่าเป็นเร .... อ่านต่อ »

These religious structures and sacred sites are soaked in the myth, legends and history of Bhutan.


ชิมิลาคัง (Chhime Lhakhang) อยู่บนขอบของหุบเขาที่ได้ขยายตัวเอกงออกไปของหุบเขา Lobesa ซึ่งเป็นชายแดนของทิมพู Punakha และ Wangduephodrang มาบรรจบกัน ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของยอดเขาที่สามารถมองเห็น Puna Chhu Tsang, Chhime Lhakhang ล้อมรอบอย่างสง่างามด้วย Khas ทั้ง 9 หรือหมู่บ้าน Sosokha, Yuwakha, Gangmakha, Septokha, Sembjikha, Pachakha, Buewakha และ Gangkhar
 กาลครั้งหนึ่งเมื่อ Drukpa Kuenley เยือนประเทศภูฏานเป็นครั้งแรก ปีศาจที่ถูกเรียกว่า Loro Duem ที่อาศัยอยู่ในทางผ่านที่ปัจจุบันถูกเรียกว่ .... อ่านต่อ »
วัดแทงโก (Tango Goempa) มีความสำคัญทางศาสนาอย่างมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ที่นี่เป็นบ้านของลามะ ผู้นำโรงเรียน Drukpa Kagyupa ของพุทธศาสนาไปยังประเทศภูฏาน วัดที่ถูกสร้างขึ้นที่นั่นในศตวรรษที่ 15 โดย Drukpa Kunley ("ผู้เคร่งพระเจ้า") วัดแทงโกเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่สูงที่สุดในประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ สมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ (หัวหน้าทางศาสนาของประเทศภูฏาน) สำเร็จหลักสูตร 9 ปี ที่นั่น หลังจากเสร็จสิ้นหลักสูตร พระสงฆ์จะยังคงอยู่ต่ออีก 3 ปี 3 เดือนและ 3 วันในการบำเพ็ญตนที่ Cheri Goemba .... อ่านต่อ »
วัดจัมเบ (Jambay Lhakhang) ได้รับการกล่าวว่าเป็นถึง 1 ใน 108 วัดที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ทิเบต Songtsen Goenpo ในปี ค.ศ. 659 วันเดียวฝังปีศาจผู้หญิงลงยังผืนแผ่นดินตลอดไป ปีศาจที่นอนหงายอยู่นั้นก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการเผยแพร่ของพุทธศาสนาและวัดถูกสร้างขึ้นบนร่างกายของเธอที่แผ่กระจายไปทั่วทิเบต ภูฏานและขอบชายแดน วัดเหล่านี้ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Kichu ใน Paro, Jambay Lhakhang ใน Bumthang และ Jokhang ในลาห์ซา ประเทศทิเบต วัดอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยรู้จักในประเทศภูฏานได้ถูกทำลายลง วิหารของ Jambay Lhak .... อ่านต่อ »
ในช่วงศตวรรษที่ 8 Sendhu Raja ผู้เป็นกษัตริย์แห่ง Bumthang ได้ล้มป่วยลงและเขาได้เชิญ Guru Rinpochhe ผู้ซึ่งนำพระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศภูฏานเพื่อที่จะรักษาเขา Guru Rinpochhe พบว่าการเจ็บป่วยของพระราชามีสาเหตุมาจากเทพแห่งเมืองท้องถิ่นรวมทั้ง Shelging Karpo ที่ทรงพลัง การหาสาเหตุของการเจ็บป่วย Guru ได้ขับไล่เทพเข้าไปในถ้ำและ Guru ทำการนั่งสมาธิภายในถ้ำเป็นเวลา 3 เดือน Guru ได้ทำการปราบเทพรวมทั้ง Shelging Karpo ที่ทรงพลัง และได้ทิ้งร่องรอยการประทับร่างของเขาเอาไว้ภายในถ้ำ ต่อมาจึงให้ชื่อว่า Ku .... อ่านต่อ »
วัดคิชู (Kyichu Lhakhang) เป็นวัดพุทธศาสนาในปาโร เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ทิเบต Songsten Gampo มีเรื่องเล่ากันว่ามีปีศาจขนาดยักษ์ได้วางตัวทั่วพื้นที่ทั้งทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยและป้องกันการเผยแพร่คำสอนของพุทธศาสนา การเอาชนะเธอ พระมหากษัตริย์ Songtsen Gampo ตัดสินพระทัยที่จะสร้างวัดทั้งหมด 108 แห่ง ซึ่งจะถูกวางไว้ในทุกจุดของร่างกายของเธอ วัดทั้ง 108 แห่งเหล่านี้ 12 วัดถูกสร้างขึ้นตามแผนได้อย่างแม่นยำ และแล้วมันก็เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. .... อ่านต่อ »
ประวัติของ Eutok Samdup Choeling Goenpa   Eutok Samdup Choeling Goenpa ถูกตั้งขึ้นโดย Terton Rigzin Jatson Nyingpo ในศตวรรษที่ 15 และตั้งอยู่ใน Shaba ใน Paro Dzongkhag โดยห่างจากทางหลวง Paro Thimphu ประมาณ 3 กิโลเมตร เหนือขึ้นไปจากโรงเรียนประถม Shaba ด้านขวาของ Eutok Goenpa เป็น the Hephu Thekchen Choeling และสำนักของ Terton Tshering Dorji ส่วนทางด้านซ้าย เป็นอาราม Dra Karpo ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ Guru Rimpoche       ตามคติพื้นบ้าน ที่นี่ถูกบอกเล่ากันว่า ลามะได้เห็นนิมิตภาพของท .... อ่านต่อ »
Bhutan's splendid temples and other landmarks are well maintained, preserving the country's rich heritage.

Khamsum Yulley Namgyal Chorten ตั้งตระหง่านบนสันเขาที่สวยงามเหนือหุบเขา Punakha สมเด็จพระราชินี Ashi Tshering Yangdon Wangchuck ได้ทำการสร้างมันขึ้นมา มันต้องใช้เวลา 9 ปีในการสร้างและได้ใช้พระไตรปิฎกมากกว่าคู่มือวิศวกรรมในการสร้างวัด 4 ชั้นนี้ มันเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมภูฏานและประเพณีศิลปะ วัดนี้ได้รับการทุ่มเทเพื่อคุณภาพชีวิตของอาณาจักร เพื่อผู้คนของมันและเพื่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ต้องใช้เวลาไต่เขาขึ้นไปประมาณ 15-20 นาทีจากสะพานแขวน 

 เจดีย์ จะใช้เวลาในการเดินขึ้นเขาประมาณ 1 ชั่วโมง .... อ่านต่อ »
เส้นทางรู้จักกันดีในประเทศภูฏาน จุดชมวิวโดชูล่า (Dochula Pass) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองทิมพูของประเทศภูฏานออกไปประมาณ 30 กม. เจดีย์ 108 แห่งถูกสร้างขึ้นโดยพระราชมารดาเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารภูฏานที่ถูกฆ่าตายจากการต่อสู้กับกบฏอินเดียในปี ค.ศ. 2003 ประเทศภูฏานถูกบังคับให้ขับไล่พวกกบฏแต่ว่าล้มเหลวที่จะทำเช่นนั้นอินเดียขู่ว่าจะเข้ามาในประเทศ พระมหากษัตริย์องค์ที่ 4 นำทัพอาสาสมัครประมาณ 7,000 คน เพื่อไปขับไล่พวกกบฏออกไปจากประเทศ แม้ว่าประเทศภูฏานต้องการที่จะสร้างนี้เจดีย์นี้เพื่อเป็นเครื่องหมายของชัยชนะ .... อ่านต่อ »
พิพิธภัณฑ์มรดกพื้นบ้านเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในภูฏาน พิพิธภัณฑ์มีอายุมากกว่า 150 ปี ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าสถานที่และกลิ่นอายความเป็นชนบทถูกรักษาไว้อย่างดี นอกเหนือจากนาข้าว ทุ่งข้าวสาลี และทุ่งข้าวฟ่าง ซึ่งมีให้ชมได้ที่นี่ด้วย โรงสีใช้กำลังน้ำและแผ่นหินกลมของโม่หินแบบดั้งเดิม สวนครัวสไตล์เก่าแก่ซึ่งมีพืชผักที่เคยปลูกเมื่อกว่า 100 ปีมาแล้ว และอ่างอาบน้ำหินแบบดั้งเดิมอันมีชื่อเสียง ก็ล้วนถูกรักษาไว้เช่นกัน ต้นไม้และพืชพื้นเมืองที่มีการใช้สอยกันในครัวเรือนของชาวภูฏานใ .... อ่านต่อ »
นอกจากแนวคิดเรื่อง ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness) ของภูฏาน ที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก ภูมิทัศน์ที่น่าอัศจรรย์ และสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาอันมากมายแล้ว ประเทศนี้ยังมีความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ที่แสดงออกมาในงานศิลปะ งานฝีมือ รวมถึงภาพเขียน การทอผ้าและงานไม้ อีกทั้งการทำกระดาษก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ในปี 1990 กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมได้จัดตั้ง โรงงานประดิษฐ์งานฝีมือ Jungshi (Jungshi แปลว่า ธรรมชาติ) ใน Thimphu ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูฏาน เพื่อแผ่ขย .... อ่านต่อ »
พิพิธภัณฑ์สิ่งทอภูฏาน หรือพิพิธภัณฑ์สิ่งทอแห่งชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใน Thimphu ประเทศภูฏาน โดยตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดแห่งชาติของภูฏาน ที่นี่ดำเนินการโดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2001 พิพิธภัณฑ์ได้สร้างความสนใจในระดับชาติและระดับนานาชาติ และได้รวบรวมเหล่าศิลปวัตถุสิ่งทอโบราณ เฉพาะของภูฏานไว้ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ คือเพื่อส่งเสริมความสำเร็จของภูฏานในด้านศิลปะสิ่งทอ และเพื่อรักษาและส่งเสริมความสนใจของผู้ทำงานทอผ้า ให้สืบสานลวดลายสิ่งทอแบบดั้งเดิม .... อ่านต่อ »
แหล่งอนุรักษ์ทาคิน Motithang ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Motithang ของ Thimphu ประเทศภูฏาน เป็นบริเวณอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของทาคิน ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน แต่เดิมเป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก และได้เปลี่ยนมาเป็นแหล่งอนุรักษ์ เมื่อพบว่าสัตว์ไม่ยอมไปอาศัยและหากินในป่ารอบๆ แม้เมื่อถูกปล่อยเป็นอิสระแล้ว เหตุผลที่ประกาศให้ทาคินเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน เชื่อว่ามาจากตำนานแห่งการกำเนิดสัตว์ของภูฏานในช่วงศตวรรษที่ 15 โดยลามะ Drukpa Kunley ตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับการยกให้ทาคินเป็นสัตว์ประจ .... อ่านต่อ »
Jangtsa Dumgtseg Lhakhang คือ วัดทางพุทธศาสนาในทางตะวันตกของภูฏาน วัดนี้มีชื่อเสียงจากการมีรูปแบบสถูป Chorten ซึ่งหาได้ยากในภูฏาน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายขอบของเนินระหว่างหุบเขา Paro และหุบเขา Dopshari ซึ่งข้ามสะพานมาจาก Paro ประติมานวิทยาทางพุทธศาสนาในแบบสถูป Chorten ซึ่งเป็นที่ยอมรับ คือคลังที่มีเอกลักษณ์ของโรงเรียน Drukpa Kagyu ตามตำนานพื้นบ้าน Lhakhang นั้นถูกสร้างโดยนักบุญ Thangtong Gyalpo เพื่อกำราบ “พลังชั่วร้าย” ซึ่งตั้งอยู่ที่รากฐานของ Choten อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า Lhakh .... อ่านต่อ »
สิ่งปลูกสร้างที่มีเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง คืออนุสรณ์สถานแห่งชาติอันโดดเด่น สถูปแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีขาวและมียอดเป็นทอง ถูกสร้างขึ้นในปี 1974 เพื่อเป็นเกียรติแก่บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ คือสมเด็จพระราชาธิบดี Jiqme Dorji Wangchuck กษัตริย์องค์ที่ 3 ของประเทศ สถูปอนุสรณ์แห่งนี้ ยังรู้จักกันในชื่อ Thimphu Chorten ซึ่งเป็นสถูปแห่งหนึ่งใน Thimphu ประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ทางใต้ของ Doeboom Lam ที่กลางเมืองใกล้กับวงเวียนหลักและโรงพยาบาลทหารอินเดีย โดยเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมือง จากการมียอดแ .... อ่านต่อ »
"พระพุทธรูปขนาดใหญ่ของพระศากยมุนี ได้ถูกสร้างถวายในวันที่ 24 กันยายน 2015 เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลอง ที่สมเด็จพระราชาธิบดี Druk Gyalpo ที่ 4 มีพระชนมายุครบ 60 พรรษา สมเด็จ Je Khenpo จึงได้ถวายพระพุทธรูป Dordenma ซึ่งมีความสูงถึง 201 ฟุต พระพุทธรูป Dordenma เป็นรูปปั้นพระศากยมุนีขนาดมโหฬาร อยู่ในภูเขา วัดได้ระดับความสูง 51.5 เมตร ทำให้กลายเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธรูปตั้งอยู่เหนือพระพุทธเจ้าที่เล็กกว่าจำนวน 10,000 องค์ โดยแต่ละองค์นั้นเหมือนกับพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ ค .... อ่านต่อ »